นายสมเจตน์ เตรคุพ
อดีตรองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
๐๐๗.jpg)
ชีวประวัติ นายสมเจตน์ เตรคุพ
ผมนายสมเจตน์ เตรคุพ นักเรียน ม.น.ข. ทุนเป๊ปซี่ รุ่น4 ครับ
ผมได้รับทุนปีละ 2,500 บาทตั้งแต่ปี 2509 ตลอดระยะเวลา 4ปีที่เรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนจบในปี 2513 ยังจำได้ว่าทุกเดือนจะต้องไปรับเงินที่วิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เดือนละ 160.-บาท(ประมาณ 10 เดือน) ส่วนตอนต้นปีการศึกษาจะได้รับเงินประมาณ 900.-บาทสำหรับค่าบำรุงการศึกษาประจำปี
เงินทุนจำนวนนี้แม้จะไม่มาก แต่ก็ช่วยคนที่มาจากครอบครัวฐานะไม่ดีได้มาก โดยเฉพาะครอบครัวผมที่พ่อแม่อพยพมาจากเมืองจีน มีลูก3คน ผมเป็นลูกชายคนโต โอกาสที่จะได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยมีไม่มาก โชคดีที่พ่อแม่ส่งเสริมเรื่องการศึกษาของลูกๆทุกคน
การได้รับทุน ม.น.ข. จึงช่วยแบ่งเบาภาระของท่านได้มาก ยังจำได้ว่าสมัยนั้น เงิน10บาทสามารถใช้เป็นค่ารถค่ากินอาหารประจำวันที่มหาวิทยาลัยได้ การได้รับโอกาสจาก ม.น.ข. สร้างโอกาสใหม่ให้ผมได้เรียนปริญญาโทต่อที่สถาบันเท็คโนโลยี่แห่งเอเชีย AIT เพราะได้รับทุนเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,500.-บาท นอกเหนือจากทุนค่าเล่าเรียนและค่าหนังสือที่สถาบันจัดหาให้ สมัยนั้น ถ้ารับราชการ จะได้รับเงินเดือน 1,250.- บาท
ด้วยยังมีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่ ทำให้ผมตัดสินใจเข้ารับราชการที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งกำลังต้องการบุคลากรที่มีแบ๊คกราวด์ด้านวิศวกรรมศาสตร์พอดี เริ่มต้นเป็นข้าราชการ ชั้นโท เงินเดือน 2,000.บาท ทำงานได้ปีเศษ ก็โชคดีได้รับทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาที่ Williams College มลรัฐแมสสาชูเสทท์ ได้ปริญญาโทอีกใบด้าน Development Economics
เมื่อกลับมาก็ได้ทำงานเต็มที่ ได้พบคนเก่งๆมากมายเพราะต้องเกี่ยวข้องกับงานวางแผนและวิเคราะห์โครงการระดับชาติ แม้ต้องทำงานหนักแต่ก็โชคดีที่ผู้บังคับบัญชาส่งเสริมสนับสนุนให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ
ความฝันของผมตอนนั้น มีเป้าหมายของชีวิตราชการ ขอให้ได้ สายสะพาย 1เส้น และมีโอกาสไปเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ซึ่งทั้งหมดนี้ผมก็ได้เมื่ออายุ 47
ตลอดเวลาที่ทำงาน มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับบุคลากรระดับปูชนียบุคคลของประเทศและคนเก่งหลายท่านอาทิเช่น อาจารย์ดร.เสนาะ อูนากูล คุณเกษม จาติกวณิช อาจารย์ดร.อาณัติ อาภาภิรม ดร.สาวิตต์ โพธิวิหค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวางแผนและพัฒนาอีสเทอร์นซีบอร์ดในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณณสูลานนท์ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในการเปิดประเทศเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก กล่าวคือการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์นำ้ลึกแหลมฉบังเป็นประตูเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ และท่าเรืออุตสาหกรรมน้ำลึกมาบตาพุดเป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศ
ชีวิตราชการผมเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับจนเกษียณในตำแหน่งรองเลขาธิการ ได้รับสายสะพายสูงสุด แต่ในปีนั้น ผมก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ทำให้ผมต้องหันกลับมาดูแลสุขภาพหลังเกษียณเป็นหลัก ไม่รับงานอะไรทั้งสิ้น ใช้ชีวิตกับครอบครัว ช่วยดูแลหลานชดเชยที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกสมัยทำงานอยู่ ตลอดจนพยายามออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน
ผมขอฝากข้อคิดเล็กน้อยสำหรับรุ่นน้องๆทุกคนว่า การได้รับโอกาสที่ดีจาก ม.น.ข. เป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆให้ชีวิตของเรา ขอให้น้องๆทุกคนจงมีความฝันและเป้าหมายชีวิต โชคดีนะครับ