นางสาวพัชรี สีกานิล
พยาบาล หน่วยส่องกล้องทางเดินอาหาร โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ (รามาฯ บางพลี)
ถึง มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในประบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.)
ดิฉัน นางสาวพัชรี สีกานิล นักเรียนทุน ม.น.ข. ในทุน คุณโชติ โสภณพนิช ปีการศึกษา 2552 – 2555 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พยาบาลศิริราช) ปัจจุบันทำงาน ตำแหน่งพยาบาล หน่วยส่องกล้องทางเดินอาหาร โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ (รามาฯ บางพลี) เมื่อดิฉันได้ทราบข่าวว่าทางมูลนิธิฯ จะจัดงานเนื่องในโอกาสที่มูลนิธิฯ ครบรอบ 60 ปี ดิฉันมีความเต็มใจที่แบ่งปันเรื่องราว และโอกาสดีดี ที่ทางมูลนิธิฯ มอบให้เมื่อ เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา
ดิฉันภูมิลำเนาอยู่ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ อยู่ติดชายแดนไทย – ลาว ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขง ดิฉันมีพี่น้อง 4 คน เป็นบุตรคนที่ 4 ซึ่งอายุห่างจากพี่มาก น้อยที่สุด คือ 17 ปี ครอบครัวเป็นเกษตร ทำไร่ ทำสวน ทำนา เพื่อเลี้ยงชีพ ปัจจุบันมารดา อายุ 72 ปี บิดาเสียชีวิต เมื่อปี 2547 โดยไม่ทันเตรียมใจ ด้วยโรคตับแข็ง ตอนนั้นท่านอายุ 63 ปี และดิฉันอายุ 14 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ฐานะทางการเงินของครอบครัว ไม่ได้ร่ำรวย มีพอกิน พอใช้ พอมีที่ดินทำกินบ้าง กระทั่งบิดาเสียชีวิตรายได้ของครอบครัวในตอนนั้นก็ลดลง มารดาเริ่มป่วย มีโรคประจำตัว บิดามีความหวังอย่างหนึ่งในชีวิตของท่านว่า อยากให้ลูกเรียนจบในระดับปริญญาตรีบ้าง พี่ๆ ของดิฉัน ไม่มีใครได้เรียนจบจนปริญญาตรี ด้วยเพราะว่า สมัยนั้นการได้เรียนต่อจนจบปริญญาตรีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับครอบครัวของเรา และเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะทำได้ ดิฉันจึงเป็นความหวังสุดท้ายของท่านที่จะได้เรียน ท่านเคยบอกดิฉันว่า การศึกษาจะทำให้ชีวิตของเราแตกต่าง และดีขึ้น ด้วยความหวังนี้ดิฉันจึงมีความตั้งใจ ที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริง
ดิฉันตั้งใจเรียนหนังสือ และสามารถสอบเข้าเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ แต่ว่าขณะนั้นดิฉันก็มีความเข้าใจในสถานะการเงินของครอบครัว มารดาทำงานหนักอย่างเดิมไม่ได้ ทำให้เรามีรายได้น้อย ในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ดิฉันก็ทำงานรับจ้าง เพื่อเก็บเงินเป็นทุนเรียนต่อ ส่วนพี่สาวและพี่ชายต่างมีครอบครัวและภาระที่ต้องรับผิดชอบ เป็นไปได้ยากหากจะส่งเสียน้องคนเล็กเรียน ตอนนั้นดิฉันรู้สึกว่าความหวังมันดูเล็กลง และไกลออกไป
ดิฉันได้ปรึกษากับครูที่ปรึกษา และครูแนะแนวที่โรงเรียน ท่านให้คำแนะนำว่าให้ กู้เงิน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อใช้ในการชำระค่าเทอม และค่าใช้จ่ายรายเดือน ดิฉันได้เล่าให้ครอบครัว และคิดว่าในระหว่างเรียนอาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เช่น ค่าหอพัก ค่ากิจกรรมต่างๆ และอุปกรณ์การเรียน ซึ่ง กยศ. อาจจะไม่เพียงพอ ทำให้ดิฉันเกิดความกังวลใจว่า การเรียนอาจสะดุด และหยุดลง จึงได้นำความกังวลใจนี้ไปเล่าให้ครูแนะแนวฟังอีกครั้ง เป็นความโชคดีของดิฉันเมื่อครูแนะแนวแจ้งว่า มีทุนให้เรียนสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนการศึกษา ดิฉันไม่รอช้า รีบเขียนใบสมัคร ยื่นเอกสารและแนบใบยืนยันการได้สิทธิเข้าเรียน และเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลไปด้วย
ตอนนั้นรู้สึกขอบคุณตัวเองที่เป็นคนอ่อนน้อม ขอบคุณตัวเองที่ตั้งใจเรียน ขอบคุณตัวเองที่ได้พยายามเพื่อให้ได้เรียนต่อ และขอบคุณคุณครู ที่มองเห็น และนึกถึงนักเรียนคนนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ดิฉันได้มีโอกาสในการได้รับทุนการศึกษานี้ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และเมื่อได้รับการตอบกลับจาก มูลนิธิฯ ว่าดิฉันได้รับเลือกให้ได้รับทุนการศึกษา จาก คุณโชติ โสภณพนิช ดิฉันรู้สึกดีใจมาก ความหวังที่จะได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีนั้นมันดูชัดเจนขึ้น มันพองโตขึ้น และอยู่ไม่ไกล ในตอนนั้นดิฉันมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเรียนให้จบ และจะประพฤติ ปฏิบัติตัว ให้เหมาะสมกับโอกาสที่ได้รับมา
เมื่อครั้งแรกที่ได้มารับทุนด้วยตัวเอง ดิฉันรู้สึกตื่นเต้น ได้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่น้อง นักเรียนทุนจากหลายคณะ หลายสถาบัน ทุกคนก็ดีใจและตื้นตันใจ ในสิ่งที่มูลนิธิฯ มอบให้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เช่น การจัดสถานที่ อาหารกลางวัน ขนม และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มองเห็นและสัมผัสได้ เช่น ความเมตตา กรุณา ความเอ็นดู ความปรารถนาดีต่อนักเรียนทุน และความอบอุ่นเป็นกันเองในทุกครั้งที่ได้เจอกัน มันเกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้และยังคงรู้สึกอยู่ในทุกวันนี้ ตื้นตันอยู่ในใจ ผู้ให้ดูอบอุ่น งดงามเสมอ ครั้งหลังๆ ที่มารับทุนเหมือนได้กลับบ้านวันรวมญาติ ได้เจอญาติผู้ใหญ่ ครอบครัวเราใหญ่ขึ้นทุกปี
และทุกครั้งที่ได้มารับทุน จะเจอพี่นักเรียนทุนที่เป็นตัวอย่างของความกตัญญู ความขยัน ความเพียร และความดีงามด้านต่างๆ ให้เราได้ดูเป็นแบบอย่างเสมอ ความดีงามส่วนหนึ่งในตัวดิฉัน ได้รับผลมาจากครอบครัวนี้เช่นกัน สิ่งที่มูลนิธิฯให้ มากกว่าเงิน ที่อยู่ในซองขาวซองนั้น
เวลาเดินทางผ่านคืนวัน ผ่านร้อนหนาวมาหลายหน การเรียนรู้เพิ่มขึ้น จากคนที่ไม่คิดว่าจะได้เป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นได้ ได้เรียนรู้การเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่น จากครอบครัวที่ไม่คิดว่าจะมีใบปริญญาแขวนที่ผนังบ้าน ก็ได้มีใบปริญญาสมดั่งใจ การศึกษาทำให้ชีวิตดีขึ้นและแตกต่างจริงๆ
เหนือสิ่งอื่นใดขอขอบพระคุณผู้ให้โอกาสทางการศึกษา ผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ความเมตตา ความเอื้ออาทรของท่าน ได้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่แผ่ขยาย การให้ และจะถูกส่งต่อ สู่ “ผู้รับ” ให้อยากเป็น “ผู้ให้” ต่อไป
ด้วยความเคารพและสำนึกในบุญคุณ
พัชรี สีกานิล