นางนิษฐิ์ พิทักษ์
อดีตครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยไห ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
ดิฉันชื่อ นางนิษฐิ์ พิทักษ์ เคยได้รับทุน ม.น.ข. เมื่อปี ๒๕๒๓-๒๕๒๖ ดิฉันมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่โรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์ จังหวัแพร่ สอบเข้าเรียนต่อคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดิฉันได้รับการคัดเลือกจากอาจารย์ฝ่ายแนะแนวของโรงเรียนให้ได้รับทุนนี้ เพราะเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีแต่มีฐานะยากจน ตลอดระยะเวลา ๔ ปี ที่ศึกษาอยู่ดิฉันก็ได้รับทุนการศึกษาจาก ม.น.ข. จนสำเร็จการศึกษา ดิฉันตั้งใจเล่าเรียนและประพฤติ ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงาม ให้สมกับที่เป็นนักเรียนทุน ม.น.ข. ตลอดเวลาที่เรียน ดิฉันสำนึกในบุญคุณที่ผู้ใจบุญ บริจาคให้นักศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเรียนต่อ และจบออกมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
พอเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ดิฉันก็สอบบรรจุเข้ารับราชการครู และได้บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนบ้านม่วง ตำบลดงบัง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ในตำแหน่งอาจารย์ ๑ ระดับ ๓ โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลางมีนักเรียน ๒๐๐ กว่าคน
โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีด้วยกัน ๓ หมู่บ้าน คือบ้านม่วง บ้านท่าขอนแดง และบ้านโนนหว้านไพร อาชีพ ของแต่ละหมู่บ้านก็ต่างกัน บ้านม่วงนั้นมีอาชีพทำนา บ้านท่าขอนแดงมีอาชีพทำสวน ส่วนบ้านโนนหว้านไพรมีอาชีพรับจ้างทั่วไปเพราะเป็นหมู่บ้านที่อพยพมาจากที่อื่นไม่มีที่ทำกิน
ช่วงที่ดิฉันมาเป็นครูใหม่ที่นี่ จะมีปัญหาให้แก้ไขมากมาย นอกจากนักเรียนจะมีฐานะยากจน ขาดโรงเรียนบ่อยเวลาเรียนไม่พอ เด็กนักเรียนชกต่อยทะเลาะวิวาทกัน ผู้ปกครองขาดความสามัคคีกัน ดิฉันจึงต้องใช้ความพยายามและความสามารถอย่างเต็มที่ ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยความมุ่งมั่น และนึกเสมอว่าเราเป็นนักเรียนทุน ม.น.ข. เราต้องทำได้ อุปสรรคครั้งนี้ใหญ่ หลวงนัก นักเรียนหลายคนยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ดิฉันจึงค่อยๆแก้ปัญหา ก่อนอื่นดิฉันต้องเข้าไปนั่งอยู่ในใจของพวกเขาเสียก่อน ให้ความรัก ความเมตตา ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่นักเรียนที่ยากจนเหมือนตนเองในอดีต
ประมาณ ๓ ปีที่ดิฉันสอนที่นี่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น นักเรียนตั้งใจเรียน ผลการเรียนดีขึ้น ผลสัมฤทธิ์การเรียนของโรงเรียนสูงขึ้น การทะเลาะวิวาทระหว่างหมู่บ้านก็ลดลง นักเรียนรักใคร่สามัคคีกัน ดิฉันเฝ้าดูแลพวกเขามาจนถึงปีที่ ๙ เมื่อทุกอย่างดีขึ้น ดิฉันก็ได้มีครอบครัวกับคุณครูที่สอนที่เดียวกัน เพราะเขาก็เป็นครูมาบรรจุพร้อมๆกัน เป็นคนที่ร่วมกันแก้ปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมาด้วยกัน
ดิฉันได้ทำการสอนที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นเวลาถึง ๑๖ ปี ก็ได้ย้ายไปสอนที่โรงเรียนแห่งใหม่ คือที่โรงเรียนบ้านห้วยไห ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งที่นี่ก็มี ๒ หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านห้วยไห และหมู่บ้านห้วยขี้ตม เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียน ๕๐ คน นักเรียนมีฐานะยากจน ผู้ปกครองมีอาชีพรับจ้างตัดอ้อย และรับจ้างทั่วไป นักเรียนจะขาดเรียนบ่อยมากเพราะไปกับผู้ปกครอง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนต่ำมาก นี่คือโรงเรียนแห่งใหม่ที่ท้าทายศิษย์เก่า ม.น.ข. อย่างดิฉัน ดิฉันเคยประสพผลสำเร็จมาแล้วตอนอยู่โรงเรียนแรก ตอนนี้ก็ต้องทำได้ เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนแรกนั้น โรงเรียนนี้หนักกว่า ถึงจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแต่มีปัญหามากมายใหญ่หลวงนัก กล่าวคือปัญหาครูไม่ครบชั้นต้องสอนควบ ครูคนเดียวสอนควบสองชั้นเรียน ดิฉันขอสอนควบชั้น ป.๑ และ ป.๒ ไปทีแรกนักเรียนส่วนใหญ่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มีครู ๔ คน เพื่อนครูคนอื่นควบอนุบาล ๑ และอนุบาล ๒ อีกคนควบ ป.๓ และ ป.๔ สามีดิฉันควบ ป.๕ และ ป.๖ ครูใหญ่ไม่สอน ปัญหาการทะเลาะกันของเด็กทั้งสองหมู่บ้านเพราะผู้ปกครองไม่สามัคคีกัน ผู้ปกครองไม่รัก ไม่เชื่อมั่นครู และมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาอีกคือการขัดผลประโยชน์กัน การแย่งชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน กำนันและอบต. ถึงขั้นยิงผู้นำชุมชนและแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ลามมาจนถึงขับไล่ครูที่คิดว่าไปเข้าข้างฝ่ายตรงกันข้าม คอยจ้องจับผิดครู ไม่ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนเท่าที่ควร จึงเป็นสิ่งที่เสี่ยงและอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ให้ดิฉันและเพื่อนครูคอยแก้ไข แต่ทั้งครูใหญ่และครูน้อยคนอื่นๆก็ย้ายหนีทิ้งปัญหาไปหมด แต่สำหรับดิฉันไม่หนีปัญหา สามีของดิฉันก็ไม่หนีปัญหา เริ่มแรกเด็กนักเรียนต้องอ่านออก เขียนได้ ทุกอย่างถึงจะดี เราสองคนทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ให้ความรู้ ให้ทักษะชีวิต ให้ความเมตตา เสียสละทุนทรัพย์ส่วนตัว เราทำทุกอย่างที่จะช่วยเหลือนักเรียนและโรงเรียนให้ทัดเทียมโรงเรียนอื่นๆ และแล้วโรงเรียนบ้านห้วยไหก็เป็นที่รู้จักต่อสังคมภายนอก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นทุกชั้น ผลสอบโอเน็ตที่เคยเป็นอันดับท้ายๆของเขตการศึกษา ก็กลายมาติดอันดับ ๑ใน๑๐ มาติดกันหลายปี ทุกคนในเขตเริ่มรู้จักโรงเรียนบ้านห้วยไห ผลการแข่งขันทักษะวิชาการในงานศิลปหัตถกรรม ก็คว้าเหรียญทองมาหลายครั้ง เมื่อนักเรียนประสพผลสำเร็จ ปัญหาต่างๆที่เคยมีก็หายไป ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนเป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะลูกๆของเขาอ่านออก เขียนได้ โรงเรียนมีชื่อเสียงขึ้น นักเรียนจบ ป.๖ ไปสอบเข้าเรียนต่อ ม.๑ ที่โรงเรียนประจำอำเภอได้ที่ ๑ และได้เรียนห้อง ๑ กันเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังไปสอบเข้าโรงเรียนดังๆในต่างจังหวัดได้อีกหลายคน หลายรุ่น
ในที่สุดงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ดิฉันก็ถึงเวลาเกษียณอายุราชการ ดิฉันสอนอยู่โรงเรียนบ้านห้วยไหได้ ๒๑ ปี ตำแหน่งสุดท้ายคือ อาจารย์ ๓ ระดับ ๘ หรือครูชำนาญการพิเศษ รวมเวลาสอนได้ ๓๖ ปี สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของดิฉันที่ถือว่าได้ปฏิบัติจริง ชีวิตจริงของอดีตนักเรียนทุน ม.น.ข. ถึงแม้ดิฉันจะเป็นเพียงแสงสว่างจุดเล็กๆจุดหนึ่ง ดิฉันก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม
ขอบคุณทีมงาน ม.น.ข. ทุกท่าน ที่มอบโอกาสให้ดิฉันพบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ วันที่ดิฉันได้สร้างโอกาสให้กับนักเรียนที่ยากจนในชนบทที่แร้นแค้น และห่างไกลความเจริญ ได้พบกับแสงสว่างจากรุ่นสู่รุ่นมา ๓๖ รุ่น ถ้าไม่มีทุน ม.น.ข. ดิฉันคงไม่มีโอกาสทำความฝันให้เป็นความจริง ความฝันที่จะให้เด็กที่ยากไร้เหมือนตัวเองได้มีที่ยืนในสังคมนี้
ปัจจุบันดิฉันมีบุตรชายหนึ่งคนกำลังศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ ๒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถึงแม้ไม่ได้เป็นครูเหมือนพ่อ แม่ แต่เป็นหมอก็สามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้เช่นกัน