Site Logo
02
ศาสตราจารย์ คลินิก นายแพทย์ วิทเชษฐ พิชัยศักดิ์ 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 

วันเกิด  17 กรกฎาคม 2499
ภูมิลำเนา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
งานอดิเรก  
  -สมาชิกวงดนตรีสากล วงออร์โธ ขับร้อง กิตาร์ ฮารโมนิก้า
  -เทนนิส แบดมินตัน
  -วาดภาพสีน้ำ
การศึกษา 
ประถมศึกษาปีที่ 1-4      โรงเรียนหนานเฉียวเสี่ยวเสเสี้ยว
ประถมศึกษาปีที่ 5-7      โรงเรียนเทศบาลวัดแหลมใต้
มัธยมศึกษาปีที่ 1-5       โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา
แพทยศาสตร์บัณฑิต      คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 2524
ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิคส์  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 2524
-อาจารย์                      คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 2532-ปัจจุบัน
-Spine surgery and biomaterial research fellow at Niigata university, Japan
- ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2555  วิทยานิพนธ์  “การบริหารงานโรงพยาบาลร่วม สอนของภาควิชา ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล”
-อาจารย์พิเศษคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์  มหาวิทยาลัยมหิดล
-อาจารย์พิเศษคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตำแหน่งหน้าที่ 
2540 –ปัจจุบัน   ที่ปรึกษาชมรมรักศิลปะ นักศึกษาแพทย์
2540 –ปัจจุบัน   ที่ปรึกษาชมรมรักแบดมินตัน นักศึกษาแพทย์
2543 –ปัจจุบัน   ที่ปรึกษาชมรมดนตรีคลาสสิก นักศึกษาแพทย์
2543-2550        ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
       รองหัวหน้าภาคฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา
2555-2559        กรรมการประจำคณะ
2555-2563        ที่ปรึกษางานกิจการนักศึกษา
2556-2558        รองหัวหน้าภาควิชาฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา
หนังสือ 
1. คู่มือหมอพื้นบ้าน. นนทบุรี : สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก; 2558. ( 5 บท) 
2. บรรณาธิการหนังสือ คุยกับหมอไม่ต้องรอนาน ปี 2547 (ตอบปัญหา ศิริราชออนไลน์ 2546
ผลงานการประดิษฐ์คิดค้น 
            2554     เครื่องวัดมุมกระดูกสันหลังคด
            2555     อุปกรณ์ช่วยในการผ่าตัดปลอกหุ้มเอ็นนิ้วมือ. อนุสิทธิบัตร เลขที่  6895
            2559     อุปกรณ์ผ่าตัดอุโมงค์ข้อมือ อนุสิทธิบัตร เลขที่ 13276
กิจกรรม  
1. ก่อตั้งกองทุนในศิริราชมูลนิธิ                                             
-ก่อตั้งกองทุน   ศิริราชรุ่น 85 เพื่อนำเงินบริจาคของศิษย์เก่าศิริราชรุ่น 85  มาใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษาแพทย์
-ก่อตั้งกองทุน  สรรค์ศิลป์ศิริราช เพื่อนำเงินบริจาคมาใช้ในการจัดกิจกรรมด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภายในศิริราช เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ความสุข ให้แก่บุคลากรภายในคณะ นักศีกษา ประชาชน ผู้ป่วยและญาติ 
-ก่อตั้งกองทุน  พิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า เพื่อนำเงินบริจาคไปจัดกิจกรรมดำเนินงานก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ หมอเจ้าฟ้า ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่
2. กิจกรรม “ศิริราชรวมใจศิลปินถวายพระพร ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี” 
(ประธานชมรมสรรค์ศิลป์ใน ท่านแรก ผศ. นพ.มนตรี กิจมณี  นำรายได้ 1ล้านกว่าบาท สมทบกองทุนมูลนิธิชัยพัฒนา  ปี 2549)
3. กิจกรรม ดนตรีเทิดพระ เกียรติหมอเจ้าฟ้า” ณ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559 เพื่อระดมเงินทุนสมทบโครงการพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า เพื่อการอนุรักษ์และบูรณะบ้านทรงประทับของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ทรงเคยประทับขณะทรงงานในฐานะแพทย์ ณ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่
4. กิจกรรม โครงการประกวดวาดภาพตามรอยพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะ “หมอเจ้าฟ้า” 2560-2562 ณ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่
5. สรรค์ศิลป์ศิริราชเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 1-3(2560-2562) ณ โรงพยาบาลศิริราช  รายได้มอบกองทุนอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา  
6. ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โครงการหมอน้ำใจ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมป์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สนับสนุนโดย บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 2554-ปัจจุบัน
7. ร่วมแสดงละครเวที กับนักศึกษาแพทย์  2551-2563
8. ประธานชมรมสรรค์ศิลป์ศิริราช 2553-ปัจจุบัน(ก่อตั้งชมรม พ.ศ.2541)
9. กิจกรรม ค่ายศิลปะสัญจร นักศึกษาแพทย์ศิริราช 2543-ปัจจุบัน
10. ดำเนินการจัดงานทอดกฐินพระราชทาน นำโดยคณะแพทยศาสตร์ศิราชพยาบาลณ วัดเขาคอก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
11. ดำเนินการจัดสร้าง พระพุทธสิริโชติอาภา ประดิษฐาน ณ วัดเขาคอก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
12. กิจกรรม ค่ายศิริราชฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนวัดดาวคะนอง อำเภอบางปะหัน อยุธยา  และ โรงเรียนวัดทองทรงธรรม อำเภอนครหลวง จังหวัด อยุธยา 2554
รางวัล
-รางวัลอาจารย์ดีเด่นของแพทยสภา 2556
-รางวัลเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี 2555
-รางวัล มหิดล สาขาความเป็นครู    2554
-รางวัล จริยธรรมสรรเสริญ แพทยสมาคม 2554
-รางวัลบุคลากรดีเด่น  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล2554
-รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา 2554
-รางวัล อาจารย์ดีเด่น สภาอาจารย์ศิริราช 2553
-รางวัล ตำราศิริราช ประจำปี 2562  ประเภท ชมเชย (บรรณาธิการ หนังสือ  “กระดูกหักและข้อเคลื่อนสำหรับเวชปฏิบัติทั่วไป)
-โล่ห์รางวัล  ชมรมกีฬา และนันทนาการดีเด่น 2557 (ชมรมสรรค์ศิลป์ศิริราช) 
-รางวัลที่ 1 (โปสเตอร์) ผลงาน “การใช้กิจกรรมวาดภาพในการพัฒนาการเรียนรู้ของ นักศึกษาแพทย์” การประชุมวิชาการแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 13
-รางวัลที่ 1(โปสเตอร์) ผลงานวิจัย การประเมิน การเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาแพทย์ใน โครงการ  “เรียนรู้วิถีชีวิต ปลูกจิตอาสา” การประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ 2554 ณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
 
ชีวิตก่อนเข้าเรียนแพทย์
       ผมเป็นลูกชาวสวน มีพี่น้อง 6 คน ผมเป็นลูกคนที่ 4 ขณะเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี พ.ศ.2511 มีเหตุจำเป็นต้องไปเป็นเด็กวัดอยู่กับหลวงพ่อบุญธรรม กาญจนสายทอง (ขณะนี้ ท่านคือ พระเทพวิสุทธินายก เจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตร จังหวัดฉะเชิงเทรา) ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อบุญธรรม ที่สนับสนุนให้ผมได้มีโอกาสเรียนหนังสือและพัฒนาตนเอง การเดินตามบิณฑบาตทุกวัน นับเป็นโอกาสดีที่บางวันมีญาติโยมที่มีจิตศรัทธาหลวงพ่อมอบชุดนักเรียนให้ผมหลายครั้ง การทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่กวาดถูกุฏิ ไปจนถึงล้างบาตร ถือเป็นการฝึกงานที่ดีมาก หลวงพ่อส่งเสริมให้ผมเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ แถมด้วยการสอนภาษาอังกฤษโดยพระที่มีความรู้ความสามารถมาก เวลาว่างตอนหัวค่ำหลวงพ่อจะให้มาท่องหนังสือ นวโกวาทให้ท่านฟัง พร้อมทั้งฝึกการเขียนกระทู้  จนสามารถสอบธรรมศึกษาตรีได้สำเร็จ ประสบการณ์การอยู่วัด 4 ปีนั้นทำให้ผมมีภูมิต้านทานอย่างมากมาย มีต้นทุนชีวิตที่ค่อนข้างสูง หลวงพ่อเป็นผู้ชุบชีวิตเด็กคนหนึ่งชึ่งดูไร้อนาคตให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ
ออกจากวัดมาอยู่บ้านอีกครั้ง เมื่อเรียนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  โรงเรียนที่มีอาจารย์เคร่งเรื่องระเบียบวินัยมาก ถ้าไม่ส่งการบ้านหรือท่องศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้นี่ เป็นถูกตีแน่นอน เนื่องจากต้องเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและที่ต่างจังหวัดนั้นไม่มีการเรียนกวดวิชาเหมือนที่กรุงเทพ อาจมีแนวข้อสอบเก่ามาให้ฝึกทำ มีอาจารย์หลายท่านมาติววันเสาร์อาทิตย์ให้ฟรี ผมมีโอกาสดีกว่าคนอื่นตรงที่ไปเรียนพิเศษกับอาจารย์ที่เคารพรักสองสามท่าน เคมี กลศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เกือบทุกวันที่ว่าง ได้เรียนฟรีมีอาหารเย็นแถม อาจารย์ทุกท่านบอกผมบ่อยๆว่า “เธอต้องเรียนหมอนะๆ” จนพูดได้เต็มปากว่า มาเรียนแพทย์ได้เพราะมีอาจารย์ดี
มาเรียนแพทย์
        เมื่อตอนสอบเข้าแพทย์ได้ ถึงรู้ตัวว่าขาดแคลนทุนทรัพย์ มีเพื่อนคนหนึ่งเรียนเก่งมาก สอบเข้าแพทย์จุฬาได้ แต่ประสบปัญหาการขาดแคลนทุนทรัพย์ ถึงกับต้องสอบชิงทุน King ไปเรียนต่อวิศวะ ที่ Harvard เพื่อนๆหลายคนที่เรียนเก่งกว่าผม หลบไปเรียนครูเพราะจบเร็ว มีเงินเดือนใช้แน่นอน ส่วนตัวผมเองโชคดีมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งส่งเงินให้เรียนในระยะแรก ส่วนค่าที่พักก็ไม่ต้องจ่ายเพราะมีผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งสนับสนุนที่พักฟรีในกรุงเทพ ต่อมาเมื่อรับทุนการศึกษา จาก ม.น.ข. ทำให้ความยุ่งยากลำบากใจ ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นลดลงมาก  ทุกสิ้นเดือนผมจะเดินทางไปรับทุนที่ตึกวิทยุศึกษากับ หม่อมราชวงศ์ สายสิงห์ ศิริบุตร ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเมตตามาก มีการถามสารทุกข์สุขดิบ ให้คำปรึกษาที่ดีเสมอ ทำให้เกิดความสบายใจ ท่านจะอบรมสั่งสอนให้เราเป็นคนดีและตั้งใจเรียน  เมื่อจบแพทย์แล้วก็มีโอกาสพบปะรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุนนี้หลายคน มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นเสมือนครอบครัวที่อบอุ่น พอจะมีโอกาสตอบแทนมูลนิธิบ้าง
หมอจบใหม่
ระหว่างปี 2524 ถึง 2526 เป็นแพทย์ใช้ทุนที่โรงพยาบาลพนมสารคามจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงพยาบาลอำเภอขนาด 30 เตียง เป็นช่วงที่ ต้องทำงานด้วยตัวเองจริงๆ มีแพทย์พี่เลี้ยงเพียงคนเดียวคือผู้อำนวยการ มีแพทย์เพียง 3 คนเท่านั้น ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลพนมสารคามตั้งอยู่ใน เขตที่มีมาเลเรียชุกชุมมาก เพราะอยู่ใกล้ๆป่าอำเภอสนามชัยเขต และท่าตะเกียบ เวลาออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต้องนั่งรถจิ๊บเข้าไปสองสามชั่วโมง ขึ้นๆลงๆระหว่างภูเขา ระหว่างนั้นก็ทราบว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาทรงงานที่โครงการพระราชดำริ เขาหินซ้อน ทรงปลูกป่า เลี้ยงปลา และโคนม สภาพเขาหินซ้อนในขณะนั้นคือเขาหัวโล้น ไม่มีต้นไม้ เนื่องจากมีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำไร่มันสำปะหลัง ตอนนั้นผมจบแพทย์ใหม่ๆก็ไม่ทราบถึงความสำคัญของการทรงงานของพระองค์ท่านเลย มาเรียนรู้เรื่องโครงการพระราชดำริ จากการที่ อาจารย์โรจน์รุ่ง สุวรรณสุทธิ อาจารย์แพทย์ศิริราชที่ทำหน้าที่อบรมอาจารย์แพทย์รุ่นใหม่ ท่านจะพาไปดูโครงการพระราชดำริหลายแห่ง จึงมารู้ภายหลังว่าบริเวณเขาหินซ้อนในปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่ดิน
  ภาระกิจหลักอย่างหนึ่งในขณะเป็นแพทย์ใช้ทุนคือการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พ.อ.ส.ว.มีครั้งหนึ่งที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเสด็จไปเยี่ยมหน่วยแพทย์ที่โรงพยาบาลฉะเชิงเทรา ทรงเป็นกันเองกับพวกเรามาก พระองค์ท่านทรงพระราชทานเลี้ยงน้ำชาและทรงฉายพระรูปกับพวกเราด้วย
 
ในปีพ.ศ. 2526-2529 กลับมาเรียนแพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิคส์ที่ศิริราช หลังจากนั้นไปใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรีเป็นเวลา 3 ปี ได้ประสบการณ์การทำงานอย่างมากมาย เนื่องจากเป็นหมอกระดูกเพียงคนเดียว ไม่มีวิสัญญีแพทย์ มีวิสัญญีพยาบาลช่วยดมยา การบล็อคหลังหรือเส้นประสาทที่แขนนั้นผมต้องทำเอง ส่วนการผ่าตัดนั้นมีผู้ช่วยพยาบาลเป็นหลัก นานๆจะมีแพทย์ใช้ทุนมาช่วยบ้าง
อาจารย์แพทย์
พ.ศ. 2532 โชคดีที่ได้กลับมาเป็นอาจารย์ที่ศิริราชและเดินทางไปศึกษาต่อที่เมืองนิกาตะ ประเทศญี่ปุ่น ทางด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลังและทำงานวิจัยเรื่องกระดูกเทียม เป็นเวลา 1 ปี ได้รู้ว่าการเป็นอาจารย์แพทย์นั้นจะต้องขวนขวายหาความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ โชคดีอีกอย่างหนึ่งคือผมมีโอกาสทำงานเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาอยู่หลายปี การได้เป็นอาจารย์ที่ดูแลนักศึกษาแพทย์ทำให้มีการพัฒนาตัวเองอย่างมากเนื่องจากต้องเรียนรู้วิธีการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา รวมทั้งต้องรู้ศาสตร์อื่นๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา การได้ทำกิจกรรมกับนักศึกษา ทำให้ผมพอที่จะวาดรูป เล่นดนตรี ร้องเพลง ไปจนถึงการแสดงละครเวทีได้ แรงบันดาลใจที่ได้จากการทำงานเป็นที่ปรึกษาให้นักศึกษาแพทย์นี้ได้มาจากการที่ในตอนที่เราเป็นนักศึกษาแพทย์นั้น มีอาจารย์แพทย์ที่เป็นตัวอย่างให้เราประทับใจหลายท่านมาก  เมื่อคิดถึงความดีที่ท่านได้ทำไว้เมื่อใด ก็จะมีกำลังใจที่จะดูแลนักศึกษาแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากตอนที่เราเป็นนักศึกษาแพทย์ผมเจ็บป่วยอยู่หลายครั้ง จะมีอาจารย์แพทย์มาเยี่ยมเสมอ บางครั้งมีกระเช้าผลไม้มาฝาก เป็นความประทับใจมาก


มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ล่วงลับไปแล้วถือได้ว่าเป็น Idol ของผมท่านหนึ่ง ซึ่งผมขอเอ่ยชื่อท่านไว้ ณ ที่นี้ คือ ศาสตราจารย์คลินิค นายแพทย์สิทธิ์ เตชะกัมพุช อดีตหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ได้สอนการผ่าตัด การเข้าเฝือกอย่างสวยงามเป็นที่น่าประทับใจ เมื่อท่านเกษียณราชการก็ยังคงมาสอนอยู่เป็นประจำ ท่านจะมาถึงศิริราชก่อนเจ็ดโมงเช้า ผมก็จะขอเข้าไปฟังท่านเล่าประสพการณ์ชีวิต พร้อมทั้งเรื่องสนุกๆเกี่ยวกับพระราชอารมณ์ขันของในหลวงรัชกาลที่ 9  สิ่งสำคัญที่ท่านฝากไว้ในเรื่องการดูแลผู้ป่วย ให้ผมทำอยู่ 3 ข้อ คือการบอกว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร จะรักษาอย่างไรและทำอย่างไรจะไม่กลับเป็นโรคนั้นอีก 
เมื่อมีโอกาสเป็นรองหัวหน้าภาคฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญา ก็มีความรู้สึกว่าตัวเองขาดความรู้ด้านการบริหารการศึกษาอย่างมาก จึงตัดสินใจไปเรียน ปริญญาโทศึกษาศาสตร์ ด้านการบริหารการศึกษา ปี พ.ศ.2553 โดยใช้เงินทุนส่วนตัวและเวลาว่าง เสาร์ อาทิตย์ ทำให้เข้าใจงานด้านการศึกษามากขึ้น มีเครือข่ายทางการศึกษามากขึ้น
ช่วงเวลาที่สำคัญของการเป็นอาจารย์แพทย์อีกช่วงหนึ่งก็คือการได้โอกาสร่วมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปกับ โครงการ ”หมอน้ำใจ” มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีโอกาสไปตรวจชาวเขาบริเวณพื้นที่รอบๆดอยตุง ที่สำคัญกว่านั้นก็คือได้ศึกษาประวัติการทรงงานของสมเด็จย่าอันยาวนานที่ดอยตุง พระองค์ท่านทรงมีพระปรีชาสามารถมาก ทำให้ชาวเขามีงานทำ มีอาชีพที่มั่นคงแทนการปลูกฝิ่น ทำให้บริเวณนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย

เมื่อ 6  ปีก่อน ผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ ได้ไปเห็นบ้านพักที่เคยเป็นบ้านประทับทรงงานแพทย์ของ สมเด็จมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก พระองค์ท่านทรงงานในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เมื่อ 26 เมษายน - 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากที่ได้ศึกษาเรื่องราวของพระองค์ท่านอย่างละเอียดมากขึ้น ได้ทราบว่าทางโรงพยาบาลมีโครงการที่จะทำให้ สถานที่แห่งนี้เป็น “พิพิธภัณฑ์ หมอเจ้าฟ้า”มานานแล้ว แต่มีการติดขัดในการดำเนินการ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำให้งานนี้สำเร็จ จึงได้มีการปรึกษาหารือกับผู้อำนวยการ ผู้จัดการโรงพยาบาลแมคคอร์มิค และทีมงาน ประกอบกับมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสนับสนุนอย่างเต็มที่ จึงได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาท่านคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีการก่อตั้งกองทุนพิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้าไว้ในศิริราชมูลนิธิ  ได้มีการจัดงาน “ดนตรีเทิดพระเกียรติหมอเจ้าฟ้า” วันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2559 ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค  ในเวลาต่อมาก็ได้มีการจัดงาน “รวมใจไทย สืบสาน พระปณิธาณ หมอเจ้าฟ้า” วันที่ 28-29 กันยายน 2562 โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลร่วมกับ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยพายัพ กรมโยธาธิการและผังเมือง และโรงพยาบาลแมคคอร์มิค การพร้อมใจกันจัดงานนี้เพื่อให้การก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า นี้ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เป็นสถานที่ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและประชาชนชาวไทยในการทำความดี โครงการนี้ อยู่ในระหว่างการก่อสร้างอาคารสำนักงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จใน เดือนกันยายน พ. ศ. 2564


ข้อคิดในชีวิตของผมคือ ความสำเร็จในการศึกษานั้น นอกจากครอบครัวแล้ว ครูอาจารย์ ก็มีความสำคัญอย่างมาก ในส่วนของการทำงานให้ประสพความสำเร็จได้นั้น ต้องมีผู้สนับสนุนที่ดี เพื่อนร่วมงานทุกระดับมีความสำคัญยิ่ง การให้เกียรติซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การทำงานเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมมักจะประสพความสำเร็จเสมอ เนื่องจากจะมีความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน 
 
ความตั้งใจในชีวิตของผมก็คือการพัฒนาการทำงานด้านการศึกษา การดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป ตามรอยพระปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
 

 

Post Rating

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์   |  Login  | Register