Site Logo
เอกสารโครงการ ม.น.ข.เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
22

เอกสารสรุปเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”
เสนอต่อโรงเรียนในโครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา”
คัดจากหนังสือ ปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์ เศรษฐกิจพอเพียง
ผู้จัดพิมพ์  หอการค้าไทย   ปีที่พิมพ์ พฤษภาคม  พ.ศ. 2553

เศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ พ.ศ. 2517    โดยได้ทรงชี้แนะแนวทางดำรงชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยให้อยู่อย่างพอมีพอกินและสงบสุข  ต่อมาในปี พ.ศ. 2521  ได้พระราชทานพระราชดำรัสในโอกาสวันขึ้นปีใหม่  ถึงผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์  ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม  การเมือง  สิ่งแวดล้อม  และวัฒนธรรมทั่วโลก  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเตือนให้พสกนิกรระมัดระวัง  ประหยัดและประคับประคองตนเองให้อยู่รอดและก้าวหน้า  และเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540  ทรงพระราชทานพระราชดำรัสให้สังคมไทยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต  และได้พระราชทานแนวคิดเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2541 และ 2542  เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แท้จริงแก่การดำรงชีวิต

เศรษฐกิจพอเพียง  :  ความหมาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” แก่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2542  ซึ่งมีสาระสำคัญว่า
          “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของ-ประชาชนในทุกระดับ  ตั้งแต่ระดับครอบครัว  ระดับชุมชน  จนถึงระดับรัฐ  ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวหน้าทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์  ความพอเพียงหมายถึงความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน  ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรู้  ความรอบคอบ  และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน  และขณะเดียวกันจะเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ  นักทฤษฏี  และนักธุรกิจในทุกระดับ  ให้มีสำนึกในคุณธรรม  ความซื่อสัตย์สุจริต  และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน  ความเพียร  มีสติปัญญาและความรอบคอบ  เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  และกว้างขวาง  ทั้งด้านวัตถุ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”
         
เศรษฐกิจพอเพียง  เงื่อนไขและคุณลักษณะ
จากการศึกษาค้นคว้าพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานเนื่องในโอกาสต่างๆ จึงสรุปแนวคิดได้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพื่อแนะแนวทางการดำรงอยู่อย่างยั่งยืน และสามารถนำไปประยุกต์กับภาคธุรกิจให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน  โดยมีเงื่อนไข 2 ประการ  และคุณลักษณะที่สำคัญ 3 ประการ

เงื่อนไข 2 ประการคือ
1. เงื่อนไขความรู้ ( Knowledge) ประกอบด้วยความรอบรู้รอบด้านเกี่ยวกับวิชาการต่างๆทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
2. เงื่อนไขคุณธรรม (Morality) หมายถึง คุณธรรมในการดำรงชีพ  เพื่อความสงบสุขและเจริญก้าวหน้า  ทั้งของตนเองและส่วนรวม 4 ประการ คือ เมตตาธรรม สามัคคีธรรม สุจริตธรรม และเที่ยงธรรมโดยเมื่อรวมเงื่อนไขทั้ง 2 ประการแล้วอาจจะเรียกได้ว่า  ก่อให้เกิดสติปัญญาในการดำรงชีพ  ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาตนเองและนำองค์กรไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้

คุณลักษณะ 3 ประการ คือ
1. ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความพอดี ความพอเหมาะ ซึ่งมีความหมายชัดเจนมาก  คำว่า พอ แปลว่า มี ไม่ได้ขาด  แต่มีในลักษณะที่เหมาะสม ไม่มากไปหรือน้อยไป  เป็นความสมดุลในการกระทำทุกอย่าง ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง
2.ความมีเหตุผล (Reasonableness) คือการพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลกระทบที่จะเกิด โดยต้องมีเงื่อนไข ของความรู้และคุณธรรมเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อการตัดสินใจ
3. การมีภูมิคุ้มกัน (Self-immunity system) หมายถึงการเตรียมพร้อมที่จะรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเป็นการคาดคะเนปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้แลไกล และต้องคำนึงถึงเหตุสุดวิสัยต่างๆด้วย
คุณลักษณะทั้ง 3 ประการดังกล่าวสามารถเรียกได้ว่า  ความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร

เศรษฐกิจพอเพียง  :  ระดับของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงมีแนวคิดการตัดสินใจอยู่ที่ความสมดุลและความไม่ประมาท  โดยคำนึงถึงความพอประมาณความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน โดยมีฐานความรู้และคุณธรรมเป็นองค์ประกอบ
หลักเศรษฐกิจพอเพียงมี 3 ระดับ  ได้แก่
1. เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน หมายถึง การดำรงชีวิตของบุคคล หรือกลุ่มคนหรือชุมชนที่เล็กที่สุดเน้นการดำรงชีพด้วยการพึ่งตนเอง รู้จักทำงานให้เหมาะสมกับการดำรงชีพด้วยการพึ่งตนเอง รู้จักทำงานให้เหมาะสมกับการดำรงชีพ ไม่โลภ และไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
2. เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า คือ การแลกร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์  และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคมให้เจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้าคือพื้นฐานของการทำธุรกิจ อย่างมีความรู้และคุณธรรม
3. เศรษฐกิจพอเพียงระดับเครือข่าย คือ เศรษฐกิจในระดับมหภาค หรือเศรษฐกิจของประเทศของจังหวัด ของอำเภอฯลฯ  ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของกลุ่มคนขนาดใหญ่  และเน้นเศรษฐกิจของกลุ่มคนขนาดใหญ่  และเน้นเศรษฐกิจของคนส่วนมาก  ซึ่งมีมาตรฐานการวัดที่แตกต่างกันแต่ละระดับ

เศรษฐกิจพอเพียง :  กับการดำเนินธุรกิจ
เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า  คือ เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินธุรกิจ  เพราะธุรกิจเกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยน  ภายใต้เงื่อนไข  2  ประการ  คือ  ความรู้  และคุณธรรม   ซึ่งนักธุรกิจต้องมีทั้งสองเงื่อนไขเพื่อสามารถทำธุรกิจแลกเปลี่ยนได้อย่างยุติธรรม  และสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล  เศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นคุณลักษณะของธุรกิจที่ยั่งยืนและสามารถอย่างต่อเนื่อง  ด้วยความพอประมาณในแต่ละช่วงเวลา  มีเหตุมีผล  มีความระวังในความเสี่ยงต่างๆที่จะเกิดขึ้น และมีแผนรองรับเพื่อความไม่ประมาท  อันที่จะเกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น

จากเนื้อหาที่นำเสนอในหนังสือ “ เศรษฐกิจพอเพียงปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์”  จะพบว่านักธุรกิจส่วนใหญ่ได้ก่อร่างสร้างตัวมาด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โดยเริ่มด้วยการทำธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป  และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง  สามารถพัฒนาขยายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยคุณลักษณะสำคัญของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวมีหลักสำคัญ 9 ประการ  ดังนี้
1. เริ่มต้นธุรกิจด้วยวิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. คำนึงถึงแหล่งวัตถุดิบและระยะทางของการขนส่ง
3. ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและไม่แพงเกินไป
4. มีระบบการผลิตที่สมดุลกับความต้องการของตลาด  คือไม่มากหรือน้อยเกินไป
5. มีวิธีการจัดการที่เหมาะสมกับคนไทยและประเทศไทย
6. กระจายความเสี่ยงด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย   และสามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสนิยมได้
7. ตอบสนองความต้องการภายในชุมชนก่อนที่จะขยายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ
8. ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น  และวัสดุท้องถิ่นที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าได้
9. กู้เงินเพื่อสร้างรายได้ของธุรกิจด้วยความไม่ประมาท  และไม่ก่อหนี้จนเกินความสามารถ

----------------------------------------------

สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์   |  Login | Register