Site Logo
22

 

สรุปรายงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ
โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา”
-----------------------------------------------------
 
 
1. สถานที่จัดประชุม    บ้านผู้หว่าน อ. สามพราน จ. นครปฐม
 
2. จัดประชุม    วันที่  26 – 27 มีนาคม 2555
 
3. ผู้เข้าร่วมประชุม    จำนวน 78 คน   ประกอบด้วย
    3.1   ผู้บริหาร และครู จากโรงเรียนที่ร่วมโครงการ   จำนวน 51 คน
    3.2   ผู้อำนวยการ / ผู้แทน จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียน สังกัด จำนวน 7 
   
3.3        กรรมการ และเจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 20 คน
 
4. รูปแบบการประชุม
    ไม่เน้นการบรรยายให้ความรู้ ใช้รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมประชุมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน และการระดมพลังสมอง การอภิปราย เพื่อให้ได้ข้อตกลงในการดำเนินงาน  การบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน   โดยมีการแบ่งกลุ่มโรงเรียนตามกลุ่มเครือข่ายที่ปฏิบัติงานร่วมกัน   เพื่อให้ได้ข้อตกลงในการดำเนินการตาม “โครงการ ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา”
 
5. คำกล่าวเปิดการประชุม
    โดย นายกมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (คุณหญิงอัมพร มีศุข)
     มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงินทุนนวฤกษ์ในการก่อตั้ง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเกี่ยวกับทำงานที่มีประโยชน์จะต้องประกอบด้วย (1) การทำงานมีระบบ (2) การทำงานเป็นทีม และ (3) การทำงานไม่เอาหน้า ซึ่งการทำงานในโครงการ ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษานี้ ขอให้ยึดกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้ง 3 ประการดังกล่าว คือ
 
     ประการที่ 1 การทำงานอย่างมีระบบ เป็นการทำงานอย่างมีหลักการ มีวิสัยทัศน์ ใช้ระบบบูรณาการบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้นักเรียนเป็นตัวตั้ง และเป็นการต่อยอดจากงานเดิมที่โรงเรียนเคยทำมาแล้ว
     ประการที่ 2 การทำงานเป็นทีม เป็นการทำงานร่วมกันของนักเรียน ครู ผู้บริหาร  ผู้ปกครอง รวมทั้งผู้นำในท้องถิ่น ในชุมชนและองค์กรทางศาสนา โดยเฉพาะการทำงานระหว่างโรงเรียนกับ ม.น.ข. ขอให้ทำงานร่วมกันเป็นหุ้นส่วน ไม่มีใครสั่งใคร
     ประการที่ 3 การทำงานไม่เอาหน้า เป็นการทำงานตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระบรมราโชวาทหลายองค์ที่ว่า ทำงานปิดทองหลังพระ ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม และ รู้ รัก สามัคคี ขอให้ยึดถือเป็นเสมือนดวงประทีปนำทางในการทำงานของพวกเรา
ทั้งนี้ ม.น.ข. จะจัดเงินให้ท่านบริหารจัดการจำนวนเครือข่ายละ 100,000 บาท โดยขอให้ยืดหลักการว่า “เป็นเงินทุนหมุนเวียน”
 
6. วัตถุประสงค์โครงการ ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
    ชี้แจงโดย นายประสิทธิ์ บุญทรง
    โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่วันที่ 5 ธันวาคม 2554   กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการมอบเงินทุนหมุนเวียน 3 ปี แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปีละ 28 โรงเรียน  รวมทั้งหมด 3 ปี จำนวน84 โรงเรียน สิ่งที่ต้องการให้เกิดแก่นักเรียนคือ การปลูกฝังให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพอิสระ ที่เป็นอาชีพสุจริตทุกอาชีพ   นักเรียนได้เรียนรู้แบบบูรณาการจากสาระการเรียนรู้ มีการฝึกปฏิบัติจริงในลักษณะบริษัทจำลอง ที่เกิดจากความถนัด ความสามารถ และความสนใจของนักเรียนรวมกัน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการประกอบสัมมาชีพตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและยึดหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หากนักเรียนไม่สามารถเรียนต่อในระดับสูงได้ นักเรียนก็จะมีทักษะในการประกอบอาชีพ และมีอาชีพสุจริต อยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข
 
       ขั้นตอนการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย
     6.1 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการได้มาจากการสอบถามโรงเรียนที่เคยดำเนินการร่วมกับ ม.น.ข. มาก่อน ซึ่งมีโรงเรียนแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการจำนวน 79 โรงเรียน จาก 189 โรงเรียน
     6.2. คณะกรรมการคัดเลือกโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย กำหนดเป็นโรงเรียนแม่ข่าย ปีการศึกษาละ 7 โรงเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 ถึงปีการศึกษา 2557
     6.3 โรงเรียนแม่ข่าย คัดเลือกโรงเรียนเครือข่าย 3 โรงเรียน เพื่อร่วมดำเนินการเป็นเครือข่ายของโรงเรียน รวมเป็นโรงเรียนเครือข่ายละ 4 โรงเรียน โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีแรก จำนวน 28 โรงเรียน 7 เครือข่าย รวมเวลา 3 ปี จำนวน 84 โรงเรียน 21 เครือข่าย
     6.4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ปีที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 – 27 มีนาคม 2555 เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการดำเนินการ ตาม “โครงการ ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา”
     6.5 มอบหมายเงินให้แก่โรงเรียนแม่ข่ายตามโครงการ เครือข่ายละ 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการในรูปบริษัทของนักเรียน
 
7. การประชุมกลุ่ม
    ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา” มีการประชุมกลุ่ม ตามกลุ่มเครือข่าย จำนวน 7 กลุ่ม เพื่อร่วมกันระดมพลังสมองร่วมกันอภิปราย และให้ข้อมูล เกี่ยวกับ ประสบการณ์การดำเนินงานที่ผ่านมาและร่วมกันพิจารณา กำหนด แนวทางในการดำเนินงานในอนาคต เมื่อมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน มอบเงินทุนหมุนเวียนให้โรงเรียน กลุ่มเครือข่ายละ 100,000 บาท ซึ่งแต่ละกลุ่มเครือข่าย มีบุคลากรที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย (1) ผู้อำนวยการ หรือ ผู้แทนจากเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนสังกัด (2) ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้แทน ทั้ง 4 โรงเรียน (3) ครู ทั้ง 4 โรงเรียน และ (4) ที่ปรึกษา / กรรมการจากมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน กลุ่มเครือข่ายละ 2 คน
      ผลการประชุมกลุ่มเครือข่าย ทั้ง 7 กลุ่ม สรุปได้ดังนี้
      7.1 ประสบการณ์การดำเนินการที่ผ่านมา
            การดำเนินการที่ผ่านมาของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย ทั้ง 7 กลุ่มสรุปได้ ดังนี้
            1. รูปแบบการทำงาน ที่ผ่านมามี 2 – 3 เครือข่าย ที่เคยดำเนินงานส่งเสริมอาชีพอิสระเพื่อมีรายได้ระหว่างเรียน (ส.อ.ร.) ที่ได้รับเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 70,000 บาท ตั้งแต่สมัย ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสามัญศึกษา จากนั้นโรงเรียนได้มีการดำเนินงานที่มีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ได้แก่
                (1.1) จัดทำโครงการ 1 ห้องเรียน 1 อาชีพ ในนักเรียนที่มีความถนัด ความสนใจร่วมกัน รวมกลุ่มจัดตั้งบริษัทมีสมาชิก 8 คน ยืมเงินโรงเรียนคนละ 250 บาท ทำให้นักเรียน 1 กลุ่ม หรือ 1 บริษัทมีเงินบริหารจัดการ 2,000 บาท เน้นให้นักเรียนบูรณาการความรู้จากการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ และจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมกันดำเนินงานในลักษณะเป็นทีมมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ อยู่บนพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์โดยรู้จักคืนเงินยืมที่นำมาลงทุน แต่ถ้าหากขาดทุนโรงเรียนจะใช้วิธีการให้ความรู้ในการบริหารจัดการให้การทำงานไม่ขาดทุน และมีกำไร
                (1.2) จัดทำโครงการอาหารกลางวัน เนื่องจากนักเรียนยากจนไม่มีอาหารกลางวันรับประทาน มีการแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มร่วมกัน ทำอาหารกลางวันโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน กลุ่มนักเรียนร่วมทำกิจกรรม และนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี
                (1.3) จัดทำโครงการเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
            2. เงินงบประมาณ
                โรงเรียนได้รับเงินงบประมาณสนับสนุน ในการดำเนินงาน ทั้งจากส่วนราชการ และองค์กรเอกชน ได้แก่
                (2.1) จากส่วนราชการ ได้แก่ กรมสามัญศึกษา ในรูปแบบของงบส่งเสริมอาชีพอิสระเพื่อมีรายได้ระหว่างเรียน จากสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการเศรษฐกิจพอเพียงจากศูนย์ส่งเสริมการเกษตร
                (2.2) จากองค์กรเอกชน ได้แก่ มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนมีการจัดเงินทุนหมุนเวียนให้โรงเรียน ติดต่อกับมาเป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะโรงเรียนชายขอบ ในถิ่นทุรกันดาร บริษัท ซี พี ให้เงินงบประมาณในการเลี้ยงไก่ เป็นต้น
            3. ลักษณะงาน และผลการดำเนินงาน
                นักเรียนมีการดำเนินงานในรูปของบริษัท และในรูปของการรวมตัวเป็นกลุ่มดำเนินการได้อย่างหลากหลายอาชีพ เช่น การปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพาะเห็ด แปรรูปอาหาร การผลิตงานฝีมือ ศิลปะประดิษฐ์ เครื่องประดับงานช่างไม้ ช่างปูน ฯลฯ นักเรียนมีผลผลิต และจำหน่ายได้บางกลุ่มสามารถสร้างรายได้ มีกำไร สามารถคืนเงินทุนให้โรงเรียนได้ บางโรงเรียนนักเรียนสามารถบริหารจัดการบริษัทจำลอง ได้กับ 20 บริษัท บางโรงเรียนสามารถจัดได้มากกว่า 70 อาชีพ ที่เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจของคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง
                นักเรียนมีผลผลิตที่เกิดจากการร่วมกันดำเนินการที่สามารถจำหน่ายและมีรายได้ระหว่างเรียน รวมทั้งเผยแพร่ผลผลิตสู่ชุมชน และร่วมจัดแสดง จัดนิทรรศการ ในระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ และในระดับประเทศ ได้รับรางวัลจากการประกวด แข่งขันทักษะอาชีพและนิทรรศการวิชาการ แม้ว่าบางอาชีพที่นักเรียนรวมกลุ่มกันดำเนินการที่ประสบการขาดทุนบ้าง แต่ก็มีจำนวนเล็กน้อย เช่น งานเกี่ยวกับการเกษตร เช่น การเลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ ที่กำหนดช่วงเวลาและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนักเรียนก็ได้รับการดูแล ให้คำปรึกษา และพัฒนาในการดำเนินงานต่อไป จากคณะครูของโรงเรียน
      7.2. การดำเนินงานในอนาคต
             กลุ่มเครือข่ายทั้ง 7 กลุ่ม ได้มีการร่วมอภิปราย และร่วมกันกำหนดแนวทางในการดำเนินงานในอนาคต มีข้อสรุป ดังนี้
            
(1)      การทำงานรวมกันเป็นทีมของเครือข่าย ทั้ง 4 โรงเรียนโดยมีการตั้งกรรมการในระดับคณะกรรมการเครือข่าย คณะกรรมการโรงเรียนและคณะกรรมการนักเรียน
                      (2)      โรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายมีการประสานร่วมมือ และช่วยเหลือกันทั้งทางด้านวิชาการ ด้านบุคลากร และการพัฒนานักเรียน
             (3) โรงเรียนส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนรวมกลุ่มกันทำอาชีพอิสระ ที่ก่อให้เกิดรายได้ความถนัดและความสนใจ โดยมีการบูรณาการการเรียนรู้ จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงาน มีการบริหารจัดการเงินทุน ที่มีการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และมีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทกับทางโรงเรียน ซึ่งเป็นการจำลองทำธุรกิจในรูปบริษัท เพื่อเป็นการฝึกทักษะในการประกอบอาชีพในอนาคต
             (4) การจัดแสดงผลงาน ผลผลิตของนักเรียน โดยการจัดนิทรรศการและการจัดจำหน่ายผลผลิต ทั้งในระดับโรงเรียน ระดับกลุ่มเครือข่ายและระหว่างกลุ่มเครือข่าย รวมทั้งการเผยแพร่ทางเว็บไซต์
             (5) การบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน มี 3 ลักษณะ ได้แก่
                   5.1 แบ่งเงินออกเป็น 5 ส่วน มอบให้โรงเรียนแม่ข่ายและโรงเรียนเครือข่ายอีก 3 โรงเรียน โรงเรียนละ 20,000 บาท ที่เหลืออีก 1 ส่วน (20,000 บาท) เก็บไว้ที่โรงเรียนแม่ข่าย เพื่อเป็นเงินสำรองให้โรงเรียนเครือข่าย ขอยืมไปดำเนินการกรณีต้องการเงินเพิ่มเงิน
                   5.2 แบ่งเงินออกเป็น 4 ส่วน มอบให้โรงเรียนแม่ข่าย และโรงเรียนเครือข่าย ไปดำเนินการโรงเรียนละ 25,000 บาท
                   5.3 การรวมเงินไว้ที่โรงเรียนแม่ข่ายทั้งหมด และบริหารจัดการตามความต้องการของโรงเรียนเครือข่าย
             (6) การดำเนินการเกี่ยวกับอาชีพของบริษัทต่างๆ ในโรงเรียนนั้นยังกำหนดแน่นอนไม่ได้ ขอนำไปปรึกษานักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน โดยยึดนักเรียนเป็นตัวตั้ง
             (7) การนิเทศติดตามผล การรายงานผลการดำเนินงาน ที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกันในการใช้ เว็บไซต์ของ ม.น.ข. ( http://mnk.thaiportal.net ) ในการติดต่อกันระหว่างโรงเรียน กับ ม.น.ข. และในระหว่างโรงเรียนด้วยกันเอง โดยในเรื่องต่างๆ ได้แก่ การเผยแพร่ความรู้ การร่วมกันแก้ไขปัญหา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงาน การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงาน รวมทั้งการแจ้งข่าวสาร รายงานผลการดำเนินงานต่อ ม.น.ข.โดยตรงขณะดำเนินงานก่อนการสรุปรายงานด้วยเอกสาร
                   สำหรับประเด็นการนิเทศติดตามการดำเนินงานของโรงเรียน ม.น.ข. ถือว่าเป็นภารกิจงานที่สำคัญจะทำให้โรงเรียนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับรูปแบบการนิเทศนั้น นอกจากการติดต่อกันทางเว็บไซต์  การออกไปติดตามที่โรงเรียนโดยคณะกรรมการของ ม.น.ข. แล้วอาจจะมีการดำเนินการในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งจะนำเข้าพิจารณาในการประชุมของคณะกรรมการบริหารของ ม.น.ข. รวมทั้งเรื่องการกำหนดช่วงเวลาของการนิเทศด้วย ซึ่งทั้งนี้กรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ ได้เสนอเป็นเครือข่ายในการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานโครงการนี้ด้วย อาทิ นายพนม พงษ์ไพบูลย์   
 
สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์   |  Login  | Register