เอกสารสรุปเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”
เสนอต่อโรงเรียนในโครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา”
คัดจากหนังสือ ปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์ เศรษฐกิจพอเพียง
ผู้จัดพิมพ์ หอการค้าไทย ปีที่พิมพ์ พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ พ.ศ. 2517 โดยได้ทรงชี้แนะแนวทางดำรงชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยให้อยู่อย่างพอมีพอกินและสงบสุข ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 ได้พระราชทานพระราชดำรัสในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ถึงผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมทั่วโลก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเตือนให้พสกนิกรระมัดระวัง ประหยัดและประคับประคองตนเองให้อยู่รอดและก้าวหน้า และเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ทรงพระราชทานพระราชดำรัสให้สังคมไทยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต และได้พระราชทานแนวคิดเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2541 และ 2542 เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แท้จริงแก่การดำรงชีวิต
เศรษฐกิจพอเพียง : ความหมาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” แก่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2542 ซึ่งมีสาระสำคัญว่า
“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของ-ประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวหน้าทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียงหมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฏี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”
เศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขและคุณลักษณะ
จากการศึกษาค้นคว้าพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานเนื่องในโอกาสต่างๆ จึงสรุปแนวคิดได้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพื่อแนะแนวทางการดำรงอยู่อย่างยั่งยืน และสามารถนำไปประยุกต์กับภาคธุรกิจให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีเงื่อนไข 2 ประการ และคุณลักษณะที่สำคัญ 3 ประการ
เงื่อนไข 2 ประการคือ
1. เงื่อนไขความรู้ ( Knowledge) ประกอบด้วยความรอบรู้รอบด้านเกี่ยวกับวิชาการต่างๆทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
2. เงื่อนไขคุณธรรม (Morality) หมายถึง คุณธรรมในการดำรงชีพ เพื่อความสงบสุขและเจริญก้าวหน้า ทั้งของตนเองและส่วนรวม 4 ประการ คือ เมตตาธรรม สามัคคีธรรม สุจริตธรรม และเที่ยงธรรมโดยเมื่อรวมเงื่อนไขทั้ง 2 ประการแล้วอาจจะเรียกได้ว่า ก่อให้เกิดสติปัญญาในการดำรงชีพ ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาตนเองและนำองค์กรไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้
คุณลักษณะ 3 ประการ คือ
1. ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความพอดี ความพอเหมาะ ซึ่งมีความหมายชัดเจนมาก คำว่า พอ แปลว่า มี ไม่ได้ขาด แต่มีในลักษณะที่เหมาะสม ไม่มากไปหรือน้อยไป เป็นความสมดุลในการกระทำทุกอย่าง ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง
2.ความมีเหตุผล (Reasonableness) คือการพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลกระทบที่จะเกิด โดยต้องมีเงื่อนไข ของความรู้และคุณธรรมเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อการตัดสินใจ
3. การมีภูมิคุ้มกัน (Self-immunity system) หมายถึงการเตรียมพร้อมที่จะรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเป็นการคาดคะเนปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้แลไกล และต้องคำนึงถึงเหตุสุดวิสัยต่างๆด้วย
คุณลักษณะทั้ง 3 ประการดังกล่าวสามารถเรียกได้ว่า ความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร
เศรษฐกิจพอเพียง : ระดับของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงมีแนวคิดการตัดสินใจอยู่ที่ความสมดุลและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน โดยมีฐานความรู้และคุณธรรมเป็นองค์ประกอบ
หลักเศรษฐกิจพอเพียงมี 3 ระดับ ได้แก่
1. เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน หมายถึง การดำรงชีวิตของบุคคล หรือกลุ่มคนหรือชุมชนที่เล็กที่สุดเน้นการดำรงชีพด้วยการพึ่งตนเอง รู้จักทำงานให้เหมาะสมกับการดำรงชีพด้วยการพึ่งตนเอง รู้จักทำงานให้เหมาะสมกับการดำรงชีพ ไม่โลภ และไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
2. เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า คือ การแลกร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์ และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคมให้เจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้าคือพื้นฐานของการทำธุรกิจ อย่างมีความรู้และคุณธรรม
3. เศรษฐกิจพอเพียงระดับเครือข่าย คือ เศรษฐกิจในระดับมหภาค หรือเศรษฐกิจของประเทศของจังหวัด ของอำเภอฯลฯ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของกลุ่มคนขนาดใหญ่ และเน้นเศรษฐกิจของกลุ่มคนขนาดใหญ่ และเน้นเศรษฐกิจของคนส่วนมาก ซึ่งมีมาตรฐานการวัดที่แตกต่างกันแต่ละระดับ
เศรษฐกิจพอเพียง : กับการดำเนินธุรกิจ
เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า คือ เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินธุรกิจ เพราะธุรกิจเกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยน ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการ คือ ความรู้ และคุณธรรม ซึ่งนักธุรกิจต้องมีทั้งสองเงื่อนไขเพื่อสามารถทำธุรกิจแลกเปลี่ยนได้อย่างยุติธรรม และสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นคุณลักษณะของธุรกิจที่ยั่งยืนและสามารถอย่างต่อเนื่อง ด้วยความพอประมาณในแต่ละช่วงเวลา มีเหตุมีผล มีความระวังในความเสี่ยงต่างๆที่จะเกิดขึ้น และมีแผนรองรับเพื่อความไม่ประมาท อันที่จะเกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น
จากเนื้อหาที่นำเสนอในหนังสือ “ เศรษฐกิจพอเพียงปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์” จะพบว่านักธุรกิจส่วนใหญ่ได้ก่อร่างสร้างตัวมาด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มด้วยการทำธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง สามารถพัฒนาขยายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยคุณลักษณะสำคัญของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวมีหลักสำคัญ 9 ประการ ดังนี้
1. เริ่มต้นธุรกิจด้วยวิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. คำนึงถึงแหล่งวัตถุดิบและระยะทางของการขนส่ง
3. ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและไม่แพงเกินไป
4. มีระบบการผลิตที่สมดุลกับความต้องการของตลาด คือไม่มากหรือน้อยเกินไป
5. มีวิธีการจัดการที่เหมาะสมกับคนไทยและประเทศไทย
6. กระจายความเสี่ยงด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และสามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสนิยมได้
7. ตอบสนองความต้องการภายในชุมชนก่อนที่จะขยายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ
8. ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัสดุท้องถิ่นที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าได้
9. กู้เงินเพื่อสร้างรายได้ของธุรกิจด้วยความไม่ประมาท และไม่ก่อหนี้จนเกินความสามารถ
----------------------------------------------