Site Logo
26
นายวิศาล อั่งสกุล
อดีต
ผู้อำนวยการฝ่าย ปฏิบัติการและบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ
 บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน)


ประวัติการรับทุน ม.น.ข. และชีวิตการทำงาน (นายวิศาล  อั่งสกุล)
ได้รับทุนการศึกษา ม.น.ข.เมื่อปี 2509 ของสโมสรโรตารี่ กรุงเทพฯใต้
 
ประวัติโดยสังเขป
ผมเป็นคนจังหวัดยะลา จบการศึกษามัธยมปลาย (มศ.5) ประจำปี พ.ศ. 2508 จากโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดยะลา  
ผมและน้องๆอีก 3 คน กำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่วัยเด็ก พ่อเสีย (ป่วยด้วยโรคไทฟอยด์) ตอนผมมีอายุประมาณ 4 ขวบเศษ แม่เสีย (จากอุบัติรถยนต์โดยสารพลิกคว่ำ ขณะเดินทางไปอำเภอยะหา) ตอนผมมีอายุประมาณ 8 ขวบ จากนั้นมา ยายและน้าๆ รวมอีก 4 คน ช่วยกันอุปการะเลี้ยงดูพวกเราทั้ง 4 คน จนทุกคนเรียนจบการศึกษาที่จังหวัดยะลา  สำหรับตัวผมเองได้รับทุนการศึกษาบางส่วนจากโรงเรียนฯระหว่างเรียนอยู่ช่วงมัธยมปลาย  และได้เข้ากรุงเทพฯเพื่อสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นมีการแยกสอบ เผอิญโชคเข้าข้าง สอบติดคณะแพทย์สองแห่ง และคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยอีกแห่งหนึ่ง ด้วยข้อจำกัดด้านการเงินของบุพการีผู้มีคุณทางบ้าน จึงตัดสินใจเลือกเรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯเพราะใช้เวลาสั้นกว่า คือเพียง 4 ปี ส่วนแพทย์ต้องใช้เวลา 6-7 ปี ซึ่งนานเกินไป จักเป็นภาระของผู้ส่งเสียให้เรียน
 
แม้จะใช้เวลาเรียนที่คณะวิศวกรรมศาตร์เพียง 4 ปี แต่งบการเรียน การดำรงชีพระหว่างเรียนมีจำกัดมาก ส่วนหนึ่งได้รับจากน้าๆทางบ้าน อีกส่วนหนึ่งได้รับจากย่า (พี่สาวของปู่) จะเพียงพอที่จะเช่าหอพักและการดำรงชีพประจำวันเท่านั้น แต่ยังคงขาดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียนและค่าเล่าเรียน ช่วงนั้นรับทราบว่าสามารถสมัครขอรับทุนการศึกษาได้ จึงได้ขอทุนจาก ม.น.ข. ท้ายสุดได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการ ม.น.ข. ด้วยความเมตตายิ่ง ทำให้ชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัยได้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยความราบรื่น เหลือแต่การเรียนเท่านั้น จำเป็นต้องเพิ่มความเพียรมากขึ้น เพื่อไม่ให้สอบตกและถูกให้ออก ช่วงเรียนก็เครียดบ้างพอสมควร พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถ้าพลาดชีวิตก็จะมืดมนทันที   สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
 
การศึกษา
จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (ด้านไฟฟ้าสื่อสาร) เกียรตินิยมอันดับ 2  ปีการศึกษา 2512 จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
จบปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ (ด้านไฟฟ้า) ปีการศึกษา 2514 จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
 
ประสบการณ์การทำงาน
ปี พ.ศ. 2513  เข้าทำงานที่การไฟฟ้านครหลวง ตำแหน่ง วิศวกรไฟฟ้า  ทำได้เพียง 4 เดือน  ก็ทราบข่าวว่าวิศวะรุ่นพี่ท่านหนึ่ง (ดร. โชติวิทย์ ชยวัฒนางกูร ในปัจจุบัน) ซึ่งทำงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT - Asian Institute of Technology) มีความประสงค์จะลาไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ต่างประเทศ และหน่วยงานดังกล่าวมีความต้องการจะรับคนมาทำงานทดแทน ผมทราบข่าวก็ลองไปสอบถามดู ซึ่งตนเองไม่เคยรู้จักว่าคอมพิวเตอร์มันคืออะไร และเป็นเรื่องใหม่มาก ณ ช่วงเวลานั้น สุดท้ายก็ไปสมัครและสอบสัมภาษณ์กับอาจารย์ ดร. อาณัติ  อาภาภิรม   ซึ่งท่านเป็นหัวหน้าหน่วยงานคอมพิวเตอร์ขณะนั้นรวมทั้งเป็นอาจารย์สอนที่ สถาบัน AIT ด้วย   ผลปรากฏว่าท่านรับเข้าทำงาน จึงตัดสินใจลาออกจากการไฟฟ้านครหลวง ไปทำงานที่ใหม่แห่งนี้  เพราะเป็นโอกาสได้งานที่ท้าทายขีดความสามารถและสร้างสมประสบการณ์ใหม่ๆ แรงจูงใจอีกเรื่องคือได้เงินเดือนมากกว่าที่เดิมประมาณ 1.5 เท่าซึ่งจะช่วยทำให้การเงินคล่องตัวมากขึ้นไปด้วย     
 
ปี พ.ศ. 2513-2522  เข้าทำงานที่สถาบัน AIT แรกเริ่มสำนักงานตั้งอยู่ภายในรั้วจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (หมายเหตุ :  ช่วงเวลานี้ทำงานไปด้วย เรียนระดับปริญญาโท ที่จุฬาฯ ไปด้วยเพราะที่ทำงานตั้งอยู่ภายในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัย  เลิกงานแล้วก็สามารถไปเรียนต่อได้ทันที   สะดวกมาก)  ประมาณ 3-4 ปี ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในปัจจุบัน  ตอนไปอยู่ใหม่ๆ มีแต่ทุ่งนาเวิ้งว้างมาก เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ เวลาฝนตกฟ้าร้อง จะมีฟ้าผ่าเป็นประจำ น่ากลัวเหมือนกันครับ ปัจจุบัน น่าจะมีเนื้อที่ลดลงเหลือไม่มาก เพราะด้านหลังได้กระจายพื้นที่ให้กับหน่วยงานราชการมากมาย)
 
ผมเข้าทำงานในตำแหน่ง Computer Technologist รับผิดชอบดูแลควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ( IBM 1130)  ช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นเครื่องที่ทันสมัยและขนาดใหญ่มากที่สุดแล้ว   เพราะขณะนั้นประเทศไทยมีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้อยู่เพียง 5 เครื่องเท่านั้น (ต่างกับสภาวะปัจจุบัน มีจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน)  รวมทั้งเขียนโปรแกรม และเป็นที่ปรึกษาด้านการใช้Computer Program เฉพาะทางให้กับนักศึกษาที่เรียนปริญญาโทและปริญญาเอก  (โดยเฉพาะการทำวิทยานิพนธ์) 
 
ต่อมา สมัยที่อาจารย์ ดร. ทองฉัตร  หงศ์ลดารมภ์ เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยงานคอมพิวเตอร์  AIT ได้ขยายงานด้านศูนย์คอมพิวเตอร์ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็น Regional Computer Center (RCC) เพื่อรองรับจำนวนนักศึกษาที่มากขึ้นจากทั่วทวีปเอเชีย จึงได้มีส่วนในการสร้างศูนย์ใหม่นี้รวมทั้งการวางแผนงานการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งบริษัท IBM เป็นผู้บริจาคให้สถาบัน (ก่อนหน้านั้นได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์มือสองขนาดใหญ่ที่รับบริจาคมาจากองค์การนาซา ใช้งานอยู่ระยะหนึ่ง ประมาณ 2-3 ปี) 
 
จำไม่ได้ว่าปีใด มีอยู่วันหนึ่ง สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา สยามราชกุมารี ท่านได้เสด็จเยี่ยมชมศูนย์ RCC ตนเองต้องเป็นผู้อธิบายสิ่งต่างๆภายในศูนย์ฯ รู้สึกตื่นเต้นมาก ตั้งใจจะถวายรายงานเป็นราชาศัพท์ ไปได้ไม่กี่นาที ก็กลายเป็นภาษาชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านก็คงเมตตา จึงต้องปล่อยเลยตามเลย เน้นแต่เนื้อหา (ไม่งั้นสะดุดแน่ บรรยายไม่ออก)
 
ตำแหน่งงานได้เปลี่ยนไปเป็น Computer Operations Manager และท้ายที่สุดเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ RCC 
 
ปกติจะมีแขกมาเยี่ยมชมศูนย์ RCC อยู่เป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่ง หัวหน้าหน่วยงานไอทีของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) คือคุณประทิน  บูรณบรรพต ซึ่งเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง และเคยมาเยี่ยมชมศูนย์ที่นี่อยู่เป็นประจำ ได้พานักศึกษากลุ่มใหม่อีกกลุ่มหนึ่งเข้าเยี่ยมชมศูนย์ในช่วงปี 2522 หลังจากเสร็จงานเยี่ยมชมฯแล้ว ท่านได้ปรารภชักชวนให้ผมไปทำงานที่บริษัทการบินไทย ฯ บอกลักษณะงานคร่าวๆไว้  ถ้าสนใจให้ไปสมัครงาน เขาต้องการรับผมเข้าร่วมทีมงาน  
 
คิดอยู่ประมาณ 4 เดือน  กว่าจะตัดสินใจ เพราะงานใหม่ต้องอยู่ในระบบรัฐวิสาหกิจ ไม่คล่องตัวเหมือนอยู่ AIT แต่ก็อยากทำงานในเชิงปฏิบัติจริงให้กับหน่วยงานของชาติ ซึ่งอยู่ท่ามกลางการแข่งขันสูงในระดับนานาชาติ  มากกว่าการนั่งจินตนาการด้วยหลักทฤษฎีวิชาการอยู่เบื้องหลัง โดยขาดประสบการณ์จริง   นอกจากนั้น เผอิญเกิดช่วงจังหวะเปลี่ยนเจ้านายใหม่จากฝรั่ง(ใจดี) ที่มาจากบริษัท IBM ไปเป็นเจ้านายแขกจากประเทศบังคลาเทศ  (ที่จู้จี้) เลยตัดสินใจง่ายขึ้น ไปสมัครงาน และได้รับเข้าทำงานที่บริษัทการบินไทยฯในเวลาต่อมา
 
ปีพ.ศ. 2522-2550   เข้าทำงานที่บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศโดยทำงานตั้งแต่ระดับผู้จัดการแผนก แล้วปรับเป็นผู้จัดการกอง และท้ายสุดเป็นผู้อำนวยการฝ่าย ปฏิบัติการและบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ การทำงานที่นี่สนุกมาก  ช่วงที่เข้าทำงาน 10 กว่าปีแรก มี President มาจากกองทัพอากาศ ค่อนข้างจะปลอดนักการเมือง ทีมงานฝรั่งจากสายการบิน SAS ที่ร่วมลงทุนกับไทยก็ยังอยู่  ส่วนทีมงานบริหารระดับสูงของบริษัทมีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม  ทำให้บริษัทการบินไทยมีขีดความสามารถแข่งขันได้ดีเยี่ยม มีชื่อเสียงและคุณภาพการบริการอยู่ในลำดับต้นๆของสายการบินระดับโลก มีนวัตกรรมใหม่ๆด้านบริการผู้โดยสารเกิดขึ้นในช่วงนั้น 
 
การบินไทยเป็นผู้บุกเบิกเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นแห่งแรกในโลก เช่น การบินแบบ Non-stop จากกรุงเทพฯไปยังทวีปยุโรป  การขยายที่นั่งผู้โดยสารชั้นประหยัดให้กว้างขึ้น การสะสมไมล์ของชั้นประหยัด (Economy Class) ซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อน ต่อมาแทบทุกสายการบินในโลกทำตามกันหมด  รวมทั้งการบริการอาหารบนเครื่องที่มีคุณภาพดีเยี่ยม  เหล่านี้เป็นต้น  ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯมีกำไรอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปี  มีโบนัสให้พนักงานรู้สึกชื่นใจแทบทุกปี  
 
ณ เวลาต่อๆ มา เริ่มมีนักการเมืองเข้ามาแทรกแซง จนในที่สุด สภาพการบินไทยในปัจจุบันก็เป็นอย่างที่ทุกคนรู้เห็น น่าเสียดายและเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ส่งกำลังใจให้บริษัทการบินไทยได้รอดพ้นวิกฤติอันนี้ไปได้ในที่สุด และกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม
 
สำหรับตนเองได้ผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับงานพัฒนาโครงการด้านไอทีให้กับบริษัทฯหลายรูปแบบ  ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการต่างๆ เหล่านี้
 
โครงการพัฒนาระบบ Check-in (Departure Control) & Weight Balance ให้กับสนามบินดอนเมือง โดยประยุกต์ใช้ลิขสิทธิ์ Software ของสายการบิน British Airways ประเทศอังกฤษและร่วมพัฒนาระบบกับผู้เชี่ยวชาญไอทีของผู้ขาย
 
โครงการพัฒนาระบบสำรองที่นั่งผู้โดยสารให้ทันสมัยขึ้น โดยประยุกต์ใช้ลิขสิทธิ์ Software ของสายการบิน South African Airways  ประเทศอัฟริกาใต้ และของบริษัทต่างประเทศที่พัฒนาระบบให้กับสายการบินขนาดใหญ่ทั่วไป และร่วมพัฒนาระบบกับผู้เชี่ยวชาญไอทีของผู้ขาย
 
โครงการพัฒนาระบบสำรองที่นั่งให้กับบริษัทเดินอากาศไทย (ก่อนรวมกิจการกับบริษัทการบินไทย) 
 
หมายเหคุ  :   เผอิญวันหนึ่งได้พบท่าน President ของ บดท. คือ พลอากาศโท ประยุทธ์  ประจวบเหมาะ  บนเครื่องบินการบินไทยขณะเดินทางไปประชุมทำงานให้บริษัทฯที่ยุโรป   ท่านทราบว่าผมทำงานด้านไอที จึงปรารภว่ามาช่วยพัฒนาระบบสำรองที่นั่งของ บดท. ให้เป็นระบบAutomation ได้ไหม สุดท้ายกลับมาปรึกษาทีมงานที่บริษัทฯ ศึกษาความเป็นได้ของโครงการในที่สุดได้นำเสนอฝ่ายบริหารอนุมัติให้ดำเนินการได้

โครงการพัฒนาระบบ Yield Management เพื่อเพิ่มรายได้ด้านผู้โดยสาร  โดยประยุกต์ใช้ลิขสิทธิ์ Software ของบริษัทต่างประเทศที่พัฒนาระบบให้กับสายการบินขนาดใหญ่ทั่วไป  และร่วมพัฒนาระบบกับผู้เชี่ยวชาญไอทีของผู้ขาย
 
โครงการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ รวมทั้งระบบบริหารคลังสินค้า โดยประยุกต์ใช้ลิขสิทธิ์ Software ของสายการบิน Swissair ประเทศ Switzerland  และร่วมพัฒนาระบบกับผู้เชี่ยวชาญไอทีของผู้ขาย
 
โครงการพัฒนาระบบการพิมพ์บัตรโดยสารแบบอัตโนมัติและรายงานการขาย  โดยประยุกต์ใช้ลิขสิทธิ์ Software ของสายการบิน Aer Lingus ประเทศ Ireland   และร่วมพัฒนาระบบกับผู้เชี่ยวชาญไอทีของผู้ขาย
 
โครงการพัฒนาระบบการคิดค่าโดยสารแบบอัตโนมัติ (Fare Quotation - ระบบ Airfare) ด้วยการเชื่อมต่อระบบฯกับผู้ให้บริการ SITA ซึ่งเป็นสหกรณ์บริการระบบเครือข่ายสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มสายการบินที่มีสมาชิกอยู่กว่า 700 สายการบินทั่วโลก  รวมทั้งเครือข่ายผู้ผลิตเครื่องบิน เช่น Airbus, Boeing เป็นต้น (การบินไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ SITA ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทร่วมกับสายการบิน SAS)
 
โครงการพัฒนาระบบ Tours 
 
โครงการพัฒนาระบบ Lost & Found สำหรับค้นหาสัมภาระผู้โดยสารจากสนามบินทั่วโลกโดยเชื่อมต่อระบบกับ SITA ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมการบิน
 
โครงการพัฒนาระบบ EDI เพื่อเชื่อมต่อระบบไอทีกับกรมศุลกากร ร่วมกับ NECTEC
 
โครงการพัฒนาระบบ Y2K กับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในปี ค.ศ. 2000
 
โครงการพัฒนาระบบตัวแทนจำหน่ายแบบเบ็ดเสร็จ (การขายสำหรับเอเย่นต์) เพื่อเชื่อมต่อระบบฯของบริษัทฯที่กรุงเทพฯกับศูนย์คอมพิวเตอร์ AMADEUS ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี
 
โครงการพัฒนาระบบและการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่องานบริการด้านไอทีทั้งหมดของบริษัทฯที่สนามบินสุวรรณภูมิ  รวมทั้งการย้ายฐานจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินแห่งใหม่
 
โครงการพัฒนาศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองของบริษัทฯ  Phase แรก (ซึ่งขณะนั้นมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากบริเวณรอบๆอาคารที่ตั้งศูนย์ มีบ้านไม้ตั้งอยู่โดยรอบจำนวนหลายหลัง) เพิ่มศูนย์คอมพิวเตอร์เป็นสองศูนย์เชื่อมต่อกันแบบ Real Time
 
ดูแลรับผิดชอบบริหารศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และขนาดกลางของบริษัทฯ
ดูแลรับผิดชอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอทีสนับสนุนหน่วยงานพัฒนาระบบไอทีของฝ่ายงานต่างๆภายในบริษัทฯ
ดูแลรับผิดชอบบริหารระบบเครือข่ายสื่อสารไอทีและระบบรักษาความปลอดภัยด้านการเข้าถึงข้อมูล รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ไอทีและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ฯให้กับสำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก และที่สนามบินทุกแห่งที่บริษัทฯให้บริการเอง
ฝึกอบรมวิชาการด้านไอทีและการพัฒนาโครงการไอทีให้กับพนักงานของฝ่ายงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ
เหล่านี้เป็นต้น
 
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดของโครงการ เกิดจากทีมงานซึ่งมาจากทุกๆฝ่ายงานที่ร่วมกันรับผิดชอบ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทุ่มเทกับงาน ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ทุกคน   รวมทั้งใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบ (แม้ทีมงานจะเผชิญอุปสรรคมากมายระหว่างการทำงานก็ตาม) ทั้งนี้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและอดทน  จึงยังผลให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ทุกโครงการ
 
ผลพลอยได้ที่ต้องกล่าวถึง คือ การทำงานกับบริษัทการบินไทย ทำให้ต้องเดินทางไปทำงานร่วมประชุมกับผู้เชี่ยวชาญ ณ ประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ รวมทั้งมีสวัสดิการที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยเงินส่วนตัว ซึ่งเมื่อก่อนค่าใช้จ่ายไม่ค่อยแพง พอเดินทางได้ ทำให้มีโอกาสเห็นโลกกว้างในหลายๆด้าน  สรุปสุดท้ายเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว (ความเห็นส่วนตัว)  เมืองไทยน่าอยู่ที่สุด  ทั้งอาหารการกิน ภูมิอากาศ ความเป็นอยู่แบบไทยๆ มีความสุขกว่า ค่าใช้จ่ายก็ยังถูกกว่ามากๆ แม้จนกระทั่งในปัจจุบัน
 
สิ่งที่ประทับใจ
ภูมิใจที่ได้เป็นกำลังส่วนหนึ่งในการพัฒนางานที่ทันสมัยให้กับบริษัทการบินไทย (ซึ่งเป็นสายบินแห่งชาติ) เพื่อเพิ่มสมรรถนะของการแข่งขันให้ทัดเทียมกับสายการบินต่างๆทั่วโลก  ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งที่ทำให้ตนเองได้ใช้ความรู้ความสามารถในการทำงาน ก็ด้วยเหตุจากการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากทุน ม.น.ข.  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญและมีความหมายยิ่งต่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิตของผม ที่ได้ก้าวมาถึงจุดที่เกินความคาดหมายเมื่อเทียบกับชีวิตในวัยเด็ก  ทั้งนี้ด้วยความสำนึกคุณต่อคณะกรรมการและผู้ให้ทุนการศึกษาของ ม.น.ข. ณ กาลเบื้องต้น
 
สิ่งที่ประทับใจอย่างมากของพวกเรา คือ ผลพวงจากการให้ทุนการศึกษาของ ม.น.ข. ได้ปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่า ได้สร้างสรรค์บุคคลากรที่มีคุณภาพออกมาสู่สังคมไทยเป็นจำนวนมากมายนับตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน   ส่วนใหญ่เป็นระดับหัวกระทิซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติและสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น  นับเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจที่สุด  ที่พวกเราได้เป็นส่วนหนึ่งของนักเรียนทุนนี้  จากภาพรวมที่ปรากฏผลในเชิงบวก ได้ส่งผลสะท้อนกลับไปยังผู้ให้ทุน ได้ก่อเกิดความรู้สึกที่ดีกับคุณค่าที่ท่านทั้งหลายได้สร้างไว้ให้กับสังคมไทยในฐานะผู้ให้  นับเป็นทานที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งในชีวิตของท่านทั้งหลายที่กระทำแล้ว ได้เห็นผลในเวลาไม่นานนัก 
 
อนึ่ง ผมขอแสดงความชื่นชมต่อคุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์ ซึ่งเป็นกำลังจิตอาสาที่สำคัญยิ่ง ได้อุทิศตนช่วยงาน ม.น.ข.  อย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ต้นจนกระทั่งปัจจุบัน  (ยาวนานเกือบ 50 ปี) ด้วยความเข้มแข็ง และด้วยความกตัญญูรู้คุณต่อผู้ให้ อันเป็นบุคคลที่หาได้ยาก ขอขอบคุณเพื่อนด้วยความจริงใจอย่างที่สุด 
 
ข้อคิดเห็น
การสร้างโอกาสให้ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียน ถือว่าเป็นทานที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ที่ผู้มีความพร้อมด้านการเงินจักพึงมีส่วนสนับสนุนให้กับสังคม
 
 


 

 


 



 


 

 

Post Rating

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์   |  Login  | Register